เส้นทางสู่ทนายความฝึกหัด เอกสารครบ จบในหน้าเดียว
ใบแจ้งการฝึกงานจากสภาทนายความคืออะไร และทำไมต้องยื่นให้ถูกขั้นตอน
ใครที่สอบผ่านความรู้ชั้นเนติบัณฑิตหรือผ่านการอบรมหลักสูตรวิชาชีพทนายความแล้ว ขั้นต่อไปคือการเป็น ทนายความ ฝึกหัด เป็นเวลาหนึ่งปีก่อนขอใบอนุญาตว่าความ แต่การฝึกงานจะเริ่มนับได้ก็ต่อเมื่อสภาทนายความออกใบแจ้งการฝึกงานให้แล้วเท่านั้น หลายคนเข้าใจผิดว่าวันที่เริ่มเข้าสำนักงานคือวันเริ่มนับระยะฝึก จึงเสียเวลาหลายเดือนโดยไม่รู้ตัว
ใบ แจ้ง การ ฝึกงาน จาก สภา ทนายความ คือหนังสือรับรองว่าผู้ฝึกได้เข้าฝึกงานกับทนายความผู้ฝึกที่ registered ไว้กับสภาฯ อย่างถูกต้องแล้ว ตัวเลขวันที่บนใบนี้คือจุดเริ่มต้นของการนับระยะหนึ่งปีเต็ม หากยื่นเอกสารไม่ครบหรือผู้ฝึกยังไม่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ฝึก ระยะเวลาที่นั่งทำงานไปแล้วจะไม่ถูกนับเลย
ปัญหาที่พบบ่อยคือสำนักงานรับนักศึกษาฝึกงานเข้าทำงานก่อนที่สภาฯ จะอนุมัติผู้ฝึก บางกรณีผู้ฝึกเป็นทนายความที่เพิ่งเปิดสำนักงานใหม่และยังไม่ครบเงื่อนไขการเป็นผู้ฝึก ทำให้ต้องย้ายไปเริ่มต้นใหม่กับผู้ฝึกอีกราย ซึ่งหมายถึงการนับหนึ่งใหม่ทั้งปี
คุณสมบัติของผู้ฝึกและสำนักงานที่รับฝึกได้
สภาทนายความกำหนดให้ผู้ฝึกต้องเป็นทนายความที่ได้รับใบอนุญาตว่าความมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี และไม่เคยถูกสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตในช่วงที่รับฝึก สำนักงานที่รับฝึกต้องมีที่อยู่ชัดเจนและสามารถให้ผู้ควบคุมดูแลการทำงานจริงได้ ไม่ใช่แค่เซ็นเอกสารให้ครบ
สิ่งที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญาฝึกงาน
ก่อนตกลงฝึกกับใคร ควรถามตรง ๆ ว่าผู้ฝึกเคยรับนักศึกษาฝึกงานมาก่อนหรือไม่ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ฝึกของสภาฯ แล้วหรือยัง ถ้าเป็นสำนักงานขนาดเล็กที่มีทนายความเพียงคนเดียว ต้องตรวจว่าท่านไม่ได้อยู่ในช่วงที่ใบอนุญาตถูกพัก เพราะจะทำให้เอกสารทั้งหมดถูกตีกลับ
อีกจุดที่คนมองข้ามคือ Scope ของงานที่ได้รับมอบหมาย ผู้ฝึกที่ดีจะพาไปศาล ไปรับปรึกษาลูกความ และให้ร่างเอกสารจริง ถ้าตลอดปีได้เพียงถ่ายเอกสารและจัดแฟ้ม ก็ยังผ่านการฝึกได้ตามระเบียบ แต่จะขาดทักษะที่จำเป็นเมื่อต้องว่าความคนเดียวครั้งแรก
ในต่างจังหวัด เครือข่ายทนายความในพื้นที่มักรู้จักกันดี การถามผ่าน เคร อ ข าย ทนายความ ท้องถิ่นว่ามีใครรับฝึกบ้างช่วยประหยัดเวลาได้มาก เพราะบางสำนักงานรับฝึกแต่ไม่ได้ประกาศที่ไหน
เอกสารที่ต้องเตรียมและลำดับขั้นตอนการยื่น
โดยทั่วไป ชุดเอกสารประกอบด้วยใบสมัครตามแบบของสภาฯ สำเนาวุฒิการศึกษาและผลการสอบ สำเนาบัตรประชาชน รูปถ่าย หนังสือรับรองจากผู้ฝึก และหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียม ควรเตรียมสำเนาเผื่อไว้สองชุดเพราะบางครั้งต้องยื่นเพิ่มเติมภายหลัง
ขั้นตอนคือยื่นเรื่องต่อสภาทนายความในท้องที่หรือส่วนกลาง แล้วรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ฝึก เมื่อผ่านแล้วจึงจะได้รับใบแจ้งการฝึกงาน ระยะเวลาตรวจสอบขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร กรณีที่เอกสารครบมักใช้เวลาราวสองถึงสี่สัปดาห์ แต่ถ้าต้องส่งเรื่องสอบถามเพิ่มเติมอาจยาวถึงสองเดือน
ระหว่างรอใบแจ้ง สามารถเข้าศึกษางานในสำนักงานได้ แต่ต้องเข้าใจว่าระยะหนึ่งปีจะเริ่มนับเมื่อใบออกแล้วเท่านั้น การวางแผนสอบใบนายความจึงควรเผื่อเวลาส่วนนี้ไว้อย่างน้อยสองเดือน
ข้อผิดพลาดที่ทำให้การฝึกล่าช้า
ที่พบบ่อยที่สุดคือส่งใบสมัครหลังเริ่มงานไปแล้วหลายเดือนโดยคิดว่าย้อนหลังได้ ซึ่งทำไม่ได้ อีกกรณีคือผู้ฝึกย้ายสำนักงานระหว่างปีโดยไม่ได้แจ้งสภาฯ ทำให้เอกสารรับรองไม่ต่อเนื่อง และกรณีที่ชื่อในเอกสารไม่ตรงกับบัตรประชาชน เช่น ใช้ชื่อเล่นหรือสะกดนามสกุลคลาดเคลื่อน
บางคนลาออกจากสำนักงานเดิมกลางปีเพราะเหตุผลส่วนตัว แล้วคิดว่าจะไปฝึกต่อที่ใหม่ได้ทันที ความจริงคือต้องเริ่มกระบวนการยื่นขอใบแจ้งการฝึกงานใหม่กับผู้ฝึกคนใหม่ และระยะเวลาที่ผ่านมาอาจไม่ถูกนับต่อ ควรหารือกับเจ้าหน้าที่สภาฯ ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ระหว่างฝึกหนึ่งปี: วางแผนอย่างไรให้คุ้มและจบตรงเวลา
หนึ่งปีผ่านเร็วกว่าที่คิด ควรแบ่งช่วงแรกสามเดือนให้ familiarity กับงานสารบรรณ การยื่นคำคู่ความ และกำหนดเวลาตามระบบศาล ช่วงกลางปีเน้นงานร่างเอกสารและช่วยผู้ฝึกเตรียมสำนวน ช่วงท้ายให้เตรียมตัวสอบและสะสมผลงานที่อธิบายได้จริง
การจดบันทึกว่าแต่ละเดือนได้ทำงานอะไรบ้างมีประโยชน์สองทาง คือใช้ตรวจสอบกับผู้ฝึกว่าระยะฝึกดำเนินไปตามแผน และใช้เป็นข้อมูลเมื่อต้องสัมภาษณ์หรือสมัครงานหลังได้รับใบอนุญาต หลายสำนักงานถามถึงคดีที่เคยช่วยทำระหว่างฝึก ไม่ใช่แค่ถามว่าจบจากที่ไหน
สุดท้าย อย่าลืมติดตามวันหมดอายุของเอกสารที่เกี่ยวข้องและเก็บใบแจ้งการฝึกงานไว้อย่างดี เพราะต้องใช้ประกอบการขอใบอนุญาตว่าความในขั้นถัดไป หากใบสูญหาย การขอสำเนาใหม่ต้องใช้เวลาและต้องยื่นเรื่องต่อสภาฯ อีกครั้ง
